ประวัติความเป็นมาของลิฟท์
ภูมิหลังของลิฟต์ ลิฟต์ยานพาหนะขึ้นรถสำหรับอาคารสูง ที่มีใช้กันอยู่แพร่หลายในตอนนี้

มีประวัติก่อให้เกิดมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ หรือเมื่อ 253 ปี ก่อนคริสตกาล โดยคนที่เริ่มใช้คนแรก เป็นArchimedes ปราชญมีชื่อเสียงชาวภาษากรีก และก็ใช่บ่อยมาถึงยุคอาณาจักรโรมัน

ในยุคอียิปต์โบราณได้ใช้ลิฟต์เป็นวัสดุอุปกรณ์สำหรับเพื่อการก่อสร้างปิรามิด โดยใช้แรงคนหรือสัตว์รวมทั้งพลังน้ำสำหรับเพื่อการขับ หากแม้ในยุคจักรพรรดิ์นโปเลียน ก็มี ลิฟท์บันได ที่เรียกว่า “เก้าอี้บิน” แม้กระนั้นเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งก็เลยเสื่อมความนิยมลง

ตอนที่นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มของอุตสาหกรรมลิฟต์อย่างแท้จริงเป็น ตอนปฏิบัติอุตสาหกรรม ที่เริ่มนำเครื่องจักรละอองน้ำมาใช้กับลิฟต์ในประเทศอังกฤษ แม้กระนั้นก็ยังไม่ปลอดภัยพอเพียงสำหรับเพื่อการขึ้นรถจนกว่าปี 1852

ก็เลยเริ่มปรับปรุง ลิฟท์บ้าน ให้มีความปลอดภัยสำหรับในการใช้ขึ้นรถมากเพิ่มขึ้น ด้วยการคิดค้นเครื่องมือเพิ่มความปลอดภัย พร้อมด้วยการคิดค้นลิฟต์ที่ใช้เครื่องจักรรวมทั้งสลิงสำหรับในการเคลื่อน ก็เลยนับเป็นจุดเริ่มแรกของอุตสาหกรรมลิฟต์อย่างแท้จริง

ในปี 1861 ได้ปรับปรุงแบบลิฟต์จากที่เคยใช้สลิงเพียงแค่ 1 หรือ 2 เส้นมาเป็นสลิงหลายเส้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น และก็นับว่าเป็นมาตรฐานสำหรับในการผลิตลิฟต์นับตั้งแต่นั้นมา

ถัดมาในปี 1887 ได้มีการผลิต ลิฟท์โดยสาร ที่ใช้กำลังไฟฟ้าจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในอเมริกา แล้วต่อจากนั้นก็ได้มีการปรับปรุงต้นแบบและก็ระบบเทคโนโลยี่ต่างๆมาอย่างสม่ำเสมอกระทั่งปัจจุบันนี้

ในประเทศไทย เริ่มมีการนำลิฟต์มาจัดตั้งคราวแรกในยุครัชกาลที่ 6 โดยการนำเข้าลิฟต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรจากอิตาลีมาจัดตั้งในพระที่นั่งอนันตสมาคมรวมทั้งจัดตั้งลิฟต์ที่ขับโดยแรงผู้ที่พระที่นั่งวโรความสว่างสวรรค์ วังบางปะอิน

เมื่อมีกระแสไฟฟ้าใช้ก็เลยได้เริ่มนำเข้าลิฟต์จากต่างแดนเพื่อจัดตั้งตามหน่วยงานรัฐบาล พร้อมให้การดูแลรักษาอันเป็นที่มาเริ่มต้นของการใช้ลิฟต์ในประเทศ ก่อนจะปรับปรุงมาตามลำดับตราบจนปัจจุบันนี้

คนไม่ใช่น้อยมักเห็นว่าอุตสาหกรรมลิฟต์ใหม่และก็ลิฟต์บริการเกิดเรื่องเดียวกัน แม้กระนั้นโดยลักษณะงานแล้ว ธุรกิจทั้งคู่ส่วนนี้มีความไม่เหมือนกัน ทั้งยังในเรื่องของรายละเอียดงาน และก็กฎที่ต้องปฏิบัติต่างๆ(ในกรณีของ

ประเทศที่มีข้อบังคับบังคับเรื่องลิฟต์)
เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับระบบลิฟท์ # 1
เลือกระบบลิฟท์ (Elevator) เช่นไรก็เลยจะถูก ข้อพินิจพิเคราะห์สำหรับการเลือกระบบลิฟท์บางครั้งก็อาจจะพินิจแยกออกเป็น 2 หัวข้อหลัก เป็น

  1. ช่วงเวลาสำหรับในการคอยลิฟท์เมื่อกดเรียก (บางอาคารคำนวณบกพร่อง บางทีอาจจะต้องคอยตั้ง 20 นาที กว่าจะได้ เข้าลิฟท์)
  2. อัตราความรวดเร็วของการขนส่งขนส่งคนออกมาจากตึก ในเรื่องที่อยากความรีบ
    ข้อไตร่ตรองอีกทั้ง 2 ข้อจะเป็นกฎระเบียบพื้นฐานของการเลือกระบบลิฟท์ ซึ่งการที่กำลังจะได้คำตอบนั้นจำเป็นต้อง

…. หารือ บริษัทลิฟท์ หรือวิศวกรเครื่องจักร ที่มีความเก่ง… เพียงแค่นั้น เพื่อความสำราญของท่าน แล้วก็ผู้ใช้ตึก การเลือกระบบลิฟท์ ไม่น่าจะเลือกโดยการเดา

เนื่องจากบางทีอาจกำเนิดปัญหายิ่งใหญ่ได้วันหลัง มีตึกบางตึก ที่ดีไซน์ให้ข้างบนสุด ของตึกเป็น ที่ทำการ หรือที่พักที่อาศัย แล้วเปลี่ยน การใช้ตึกวันหลัง ให้ข้างบนสุดเปลี่ยนเป็น ห้องอาหาร หรือกิจกรรมอื่นใด ที่มีคนไปใช้มากมาย (Public Function)

แล้วไม่มี ความเคลื่อนไหว (เพิ่มอีก) ระบบลิฟท์อาจจะก่อให้ ระบบการขนส่งทางตั้งของตึกนั้น ล้มเหลวทั้งปวง เพราะเหตุว่าสำหรับในการวางแบบคำนวณ ปริมาณ-ขนาด-ความเร็ว

ของลิฟท์แต่แรกเริ่มคำนวณว่า การใช้ลิฟท์ เมื่อตึกชั้นสูงขึ้นไปๆจะมีหญิงรับใช้ลดลงๆพอเพียงกลายเป็นที่ยอดตึกมีสาวใช้มาก ก็กำเนิดอาการ “หัวโตขาลีบ” ระบบลิฟท์ ก็จะล้มเหลว

อย่าลืมอะไรบ้างที่อยู่ในบ่อลิฟท์ ?
บ่อลิฟท์ เป็นหลุมที่อยู่ด้านล่างสุดของปล่องลิฟท์ ซึ่งมืดมากสนิทแน่ ปัญหาที่พบได้ทั่วไปพบก็คือ เวลาจะปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซม หรือทำนุบำรุงลิฟท์ ไม่มีแสงไฟพอเพียง

การต่อสายไฟ จากส่วนอื่นก็ทำให้ การใช้ตึกวุ่นวาย การใช้ไฟฉายก็ ไม่สบาย และไม่สว่างพอเพียง โดยเหตุนั้น… อย่าลืมปลั๊กไฟฟ้า (outlet) ไว้สักจุดในบ่อลิฟท์ ครับผม

ห้องเครื่องลิฟท์สูงน้อยเกินไปจะทำยังไง ?
ลิฟท์โดยธรรมดา ข้างล่างจะเป็นบ่อลิฟท์ แล้วก็ข้างบนจะเป็นห้องเครื่องลิฟท์ สูงโดยประมาณ 3 เมตร ซึ่งบางโอกาส เป็นตัวปัญหา ของตึก ที่ถูกจำกัดความสูง…

ถ้าท่านกำเนิดปัญหานั้น ทดลองใช้ลิฟท์ระบบ “ไฮดคอยลิค” มอง บางทีก็อาจจะช่วย ท่านได้บ้าง เนื่องจากลิฟท์ระบบนี้ จะใช้ไฮดคอยลิค ดันจากด้านล่าง ขึ้นไป ราวกับแม่แรงชูรถยนต์ แม้กระนั้นก็มีข้อเสียเป็น ราคาจะแพง แล้วก็ขึ้นได้ไม่สูงนัก …. รายละเอียดอื่นๆหาพอดีบริษัทลิฟท์ทั่วๆไป

อย่าลืมอะไรบ้างที่อยู่ในห้องเครื่องลิฟท์ ?
คำว่า ห้องเครื่อง ก็บอกอยู่แล้วว่าต้องมี “เครื่องจักร” ซึ่งเมื่อมีเครื่องจักร ก็ควรจะมีความร้อนเกิดขึ้น เมื่อมีความร้อนเกิดขึ้น

ถ้าเกิดว่าไม่มีการระบายความร้อน หรือมีเครื่องที่ใช้สำหรับในการทำความเย็น เครื่องจักรกลก็จะเสีย แล้วก็เมื่อเครื่องยนต์กลไกเสีย ระบบลิฟท์ของตึก ก็จะไม่ทำงาน ด้วยเหตุดังกล่าว…. ในห้องเครื่องลิฟท์ อย่าลืมว่า ควรมีอากาศระบายอย่างดีเยี่ยม ถ้าเกิดไม่งั้นก็จะต้องมี แอร์ จัดแจงเอาไว้ด้วย …